แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้แฟนบอลได้มีความสุขในวันสุดท้ายของเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อพวกเขาบุกชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ถึงถิ่นคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้ทีมทำแต้มขึ้นไปอยู่ในอันดับ 3 และคว้าโควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

   นอกจากจะได้ตํ๋วกลับไปโม่เกือกในถ้วยใบโตยุโรปแล้ว สาวก “เร้ด อาร์มี่” ยังต้องดีใจจนน้ำตาหลั่งรินกับการที่พวกเขาได้เห็น เจสซี่ ลินการ์ด ซัดประตูแรกในลีกได้ซะทีหลังจากทำไม่ได้มานาน ในขณะเดียวกัน “ผีแดง” ยังสร้างสถิติที่น่าสนใจก็คือการเป็นแชมป์จุดโทษ เมื่อได้จุดโทษถึง 14 ครั้งในซีซั่นนี้

    หลังจบฤดูกาลนี้แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีโปรแกรมลุยยูฟ่า ยูโรปา ลีก แต่กระนั้นการบ้านที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องขบคิดก็คือการเสริมทัพ เพราะแมตช์นี้แสดงให้เห็นแล้วว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องหาผู้เล่นที่มีศักยภาพสูงมาช่วยทีม ไม่งั้นอาจไม่สามารถยืนระยะในการฟาดฟันกับ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 

 

1.  บรูโน่ เล่นไม่ออกบอกไม่ถูก 
    เพลย์เมกเกอร์ชาวโปรตุกีส เป็นหนึ่งในนักเตะของแมนเชสเตอร์ ไนเต็ด ที่โชว์ฟอร์มได้ย่ำแย่สุดๆ ในแมตช์นี้ ทั้งๆ ที่นักเตะทำผลงานได้อย่างสุดยอดมาตลอดนับตั้งแต่ย้ายจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน มาสวมเสื้อ “ปีศาจแดง” เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

   สำหรับในแมตช์นี้ต้องยอมรับว่า แฟร์นันด์ส มีอาการเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญนักเตะจ่ายผิดพลาดให้เห็นบ่อยครั้ง แทบไม่สามารถสร้างสรรค์เกมได้เลย และไม่มีจังหวะทีเด็ดในการผ่านบอลเข้าไปในพื้นที่สุดท้าย ทำให้เกมบุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำอะไรเกมรับ เลสเตอร์ ไม่ได้มากนัก

    อย่างไรก็ตาม แฟร์นันด์ส ยังมีลายเสือเพราะนักเตะเป็นคนจ่ายให้ อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล หลุดเข้าไปในเขตโทษก่อนจะโดนทำฟาวล์ และก็เป็น จอมทัพทีมชาติโปรตุเกส ที่ขันอาสาสังหารจังหวะนี้ไม่เหลือซาก ต้องบอกว่านี่คือประตูจุดประกายสู่โควตา แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างแท้จริง 

ลินการ์ดยิงเลสเตอร์

2. สามประสานเงียบเหลือเกิน 
    ก่อนหน้านี้หากแนวรับคู่แข่งได้ยินชื่อ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด และเมสัน กรีนวู้ด คงได้ขยาดเพราะความเร็วของพวกเขา สามารถฉีกกองหลังได้เป็นชิ้นๆ แต่สำหรับแมตช์นี้ ไม่ได้เป็นอย่างที่สาวก “เร้ด อาร์มี่” คาดหวังเอาไว้ เพราะพวกเขาเล่นไม่ออกจริงๆ

แรชฟอร์ด มีโอกาสเปิดบอลงามๆ ให้ กรีนวู้ด หลุดเข้าไปโหม่งในเขตโทษแต่ข้ามคาน ขณะเดียวกันในช่วงท้ายครึ่งแรกนักเตะได้บอลในเขตโทษพยายามแปเล่นทางไปเสาไกลแต่บอลออกไปแบบไม่ได้ลุ้น ส่วน “ไม้เขียว” บทบาทเกมรุกน้อย จนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก 

 ในขณะที่ มาร์กซิยาล ไม่ค่อยได้โชว์ฟอร์มอะไรมากนัก แต่ก็สามารถกดดันแนวรับของ “เดอะ ฟ็อกซ์” ได้ทุกครั้งที่ได้ครองบอลโดยช่วงท้ายครึ่งแรกมีโอกาสยิงแฉลบเกือบเข้าประตู ส่วนครึ่งหลังความแข็งแกร่งและความเร็วของเขานำไปสู่การได้จุดโทษ

3. ผมชื่อลินการ์ด จำเอาไว้ !!! 
    เชื่อว่าแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด หลายคนต้องถอนหายใจเมื่อเห็น เจสซี่ ลินการ์ด ลงสนาม กรีนวู้ด ในนาทีที่ 77 เพราะตลอดทั้งฤดูกาลนี้นักเตะไม่ได้ทำผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน แถมจะโดดเด่นในเรื่องการโชว์ลีลาในสื่อสังคมออนไลน์มากกว่า

    แม้นักเตะจะถูกค่อนขอดมาตลอดก็ตาม แต่เขาแสดงให้เห็นถึงจิตใจที่แข็งแกร่ง และไม่เคยหวาดหวั่นที่จะต้องเผชิญหน้ากับเสียงวิจารณ์ จนในที่สุด โซลชา ยังคงให้โอกาสเขาสำหรับแมตช์สุดท้ายในฤดูกาลนี้ และ ดาวเตะชาวอังกฤษ วัย 27 ปีไม่ปล่อยโอกาสทองครั้งนี้หลุดลอย เมื่อซัดประตูตอกฝาโลงให้ทีมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

จะว่าไปแล้วต้องยอมรับว่า ลินการ์ด มีดวงเหมือนกัน เพราะในจังหวะนั้นหลายคนคงอยากจะถาม แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ผู้รักษาประตูชาวเดนมาร์ก ว่าคิดอะไรอยู่ถึงกล้าหาญในการพยายามเลี้ยงบอลหลบ ลินการ์ด จนสุดท้ายโดนฉกบอลเข้าไปยิงประตู 

    สำหรับประตูทองของ ลินการ์ด ถือเป็นการสิ้นสุดการยิงประตูในลีกไม่ได้มานาน 583 วันซะที ที่สำคัญประตูนี้ยังทำให้นักเสี่ยงโชคบางคนต้องชวดเงินกินขนม เพราะดันทะลึ่งแทง ลินการ์ด ไม่สามารถยิงประตูหรือแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้

แมนยูเมื่อคืน

4. เจ้าพ่อจุดโทษ !!!
    ต้องยอมรับว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่มีเกมบุกรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ด้วยการที่พวกเขามีผู้เล่นเกมรุกที่เต็มไปด้วยสปีดเร็วกว่านรก ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาสามารถเรียกจุดโทษจากคู่แข่งได้มากมายขนาดนี้ 

    ในแมตช์ล่าสุดที่เยือนถิ่นคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เป็นอีกเกมที่ลูกทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการฉกฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของคู่แข่ง และใช้ความเร็วเข้าไปกดดันแนวรับเลสเตอร์ จนต้องเสียท่าให้กับ มาร์กซิยาล

สมัครสมาชิกFIFA55 เว็บแทงบอลออนไลน์ที่ดีที่สุด

 สำหรับจุดโทษในเกมนี้กลายเป็นจุดโทษครั้งที่ 14 ในเกมลีกฤดูกาล 2019/2020 และทำให้พวกเขากลายเป็นสโมสรที่ได้จุดโทษมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก กระนั้นในจำนวน 14 จุดโทษทัพ “ปีศาจแดง” ซัดเข้าไป 10 ประตู พลาด 4 ลูก 

    อย่างไรก็ตามหากมองแบบเป็นกลางการได้จุดโทษเยอะ เป็นการแสดงให้เห็นถึงการเล่นเกมรุกที่น่ากลัวของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะการเจาะเข้าไปทำประตูในกรอบเขตโทษ ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นจุดที่อันตรายของพวกเขาในการก้าวขึ้นมาท้าทาย ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 

 

5. แมนฯ ยูฯ คืนสู่แชมเปี้ยส์ ลีก
    หากมีใครบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะติดท็อปโฟร์ หรือถึงขนาดจบฤดูกาลในอันดับ 3 ช่วงประมาณต้นปี 2020 คงต้องโดนหัวเราะเยาะแน่นอน เพราะฟอร์มการเล่นของ “เร้ด เดวิลส์” ในเวลานั้นบอกแบบตรงๆ ว่าไร้อนาคตสิ้นดี และ สามารถแพ้ได้ทุกทีม

    จะว่าไปแล้วการมาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่เข้ามาเติมเต็มแผนการเล่นของ โซลชา ให้สมบูรณ์แบบ กอปรกับช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จำเป็นต้องล็อกดาวน์ ทำให้นักเตะสำคัญอย่าง แรชฟอร์ด และ ปอล ป็อกบา ได้มีเวลาพักรักษาตัวจนกระทั่งร่างกายฟิตสมบูรณ์ และนำไปสู่ฟอร์มการเล่นที่ดุดันหลังจากเกมลีกรีสตาร์ท

 อย่างไรก็ตาม “น้าลูกอม” มีการบ้านเยอะมากหลังจากนี้ เพราะเขาต้องเสริมทัพเป็นการด่วน เนื่องจากขุมกำลังสำรองที่จะลงมาแทนนักเตะตัวหลัก ยังมีศักยภาพไม่ถึง ยิ่งในซีซั่นหน้าทีมมีโปรแกรมหนักทั้งฟุตบอลในประเทศ และแชมเปี้ยนส์ ลีก หากยังใช้นักเตะชุดนี้คงยากจะไปถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ 

    กระนั้นในตอนนี้สาวก “เร้ด อาร์มี่” ควรมีความสุขกับการได้เห็นทีมรักกลับไปโม่เกือกในโทรฟี่ “บิ๊กเอียร์” อีกครั้ง